lovebkk

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการทำโครงการ มีดังนี้

1. เพิ่มพื้นที่ให้บริการระบบขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาสามารถอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงในพื้นที่ที่ยังไม่มีระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนให้บริการ ทั้งพื้นที่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ เช่น รามอินทรา ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนประเสริฐมนูกิจ ลาดพร้าว เป็นต้น และ พื้นที่ชุมชนบริเวณสาธุประดิษฐ์ และริมแม่น้ำเจ้าพระยา

2. ลดปริมาณการใช้รถยนต์ และลดเวลาการเดินทาง รถไฟฟ้าสายสีเทามีเขตทางเฉพาะทำให้ไม่ประสบปัญหาการจราจรติดขัด สามารถกำหนดระยะเวลาการเดินทางได้แม่นยำมากขึ้น รวมทั้งการกำหนดสถานียังครอบคลุมที่อยู่อาศัยและแหล่งกิจกรรมต่างๆและเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าสายต่างๆได้สะดวกมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การเดินทางช่วงวัชรพล-ทองหล่อ ระยะทาง 16 กิโลเมตร หากใช้รถยนต์จะใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 45 – 60 นาที หากเป็นระบบรถไฟฟ้าสายสีเทาจะใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น สามารถลดระยะเวลาได้ถึงร้อยละ 30 – 50 เป็นต้น ส่งผลให้ผู้เดินทางเปลี่ยนมาใช้ระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

3. ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รถไฟฟ้าสายสีเทาเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและขนส่งผู้โดยสารได้เป็นจำนวนมากต่อเที่ยวการเดินทาง ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ ยกตัวอย่างเช่น การเดินทางช่วงวัชรพล-ทองหล่อ ระยะทาง 16 กิโลเมตร การเดินทางด้วยรถยนต์จะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณ 90 บาท/เที่ยว ในขณะที่รถไฟฟ้าสายสีเทาจะมีค่าใช้จ่ายการเดินทางประมาณ 30 บาท/เที่ยว เท่านั้น

4. ลดปัญหาจราจรติดขัด สนับสนุนขนส่งมวลชนระบบหลัก และเพิ่มศักยภาพในการเดินทาง นอกจากรถไฟฟ้าสายสีเทาจะช่วยลดการใช้รถยนต์และปัญหาจราจรติดขัดแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อและป้อนผู้โดยสารให้ทั้งรถไฟฟ้าระบบหลัก โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีเขียว รถไฟฟ้าสายสีส้ม รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และระบบรอง เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ส่งผลให้รองรับผู้โดยสารและความต้องการเดินทางได้เพิ่มขึ้นและเพิ่มศักยภาพในการเดินทางโดยรวมด้วยระบบขนส่งมวลชนได้อีกด้วย

5. ช่วยลดการใช้พลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงคุณภาพชีวิต เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีเทาเป็นระบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้า มีการปล่อยมลพิษทางอากาศต่ำ และช่วยลดการใช้รถยนต์ ส่งผลให้ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ลดปริมาณมลพิษในอากาศและเสียงจากการจราจรบนท้องถนน ลดผลกระทบด้านสุขภาพกับประชาชนในกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้การที่สามารถลดกระยะเวลาเดินทางลงทำให้มีเวลาเพิ่มมากขึ้น เช่น เวลาในการเรียนหนังสือ พักผ่อน ออกกำลังกาย และใช้เวลาว่างกับครอบครัวและสังคมได้เพิ่มขึ้น

6. สร้างศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีในอนาคตและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม บริเวณสถานีเป็นแหล่งดึงดูดผู้โดยสารและหลากหลายกิจกรรม เมื่อประกอบกับการวางแผนด้านผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการเติบโตแบบกระจัดกระจายของเมือง (Urban Spore) และโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินในเขตชุมชนที่มีอยู่แล้วให้มีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อการพัฒนาเมือง สนับสนุนให้เกิดธุรกิจการผลิตและการบริการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นจะทำให้พื้นที่รอบสถานีกลายสภาพเป็นแหล่งพาณิชยกรรม (Market Places) ส่งผลให้เศรษฐกิจในระดับพื้นที่มีการเจริญเติบโตที่ดีและต่อเนื่อง

7. ประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานคร เช่น การเก็บภาษี ลดงบประมาณในการแก้ปัญหาจราจร การพัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้านั้นจะช่วยให้เกิดการกระจายตัวของเมืองออกจากศูนย์กลางไปตามแนวโครงการ ซึ่งจะเกิดการใช้ประโยชน์ตามแนวเส้นทางเพิ่มขึ้นมา เช่น เกิดคอนโด เกิดศูนย์การค้า หรือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะล้วนจะส่งผลให้ กรุงเทพมหานครมีรายได้จากภาษีต่างๆ มากขึ้น เช่นภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน เป็นต้น นอกจากนี้ระบบขนส่งมวลชนยังช่วยให้การเดินทางของประชาชนนั้นเป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งจะมีผลทางอ้อมทำให้กรุงเทพมหานคร มีความจำเป็นในการลงทุนต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาจราจรที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันน้อยลง ทำให้เป็นการประหยัดงบประมาณรายจ่ายลงด้วยเช่นกัน

ปฏิทินกิจกรรม

July 2017
Mo Tu We Th Fr Sa Su
26 27 28 29 30 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31 1 2 3 4 5 6
Opacity

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

0248537
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวม
136
246
1327
3787
9376
6027
248537

Forecast Today
216

15.80%
15.04%
24.47%
6.45%
0.25%
37.98%
Online (15 minutes ago):20
20 guests
no members

ไอพีของท่าน:54.161.53.213
สงวนลิขสิทธิ์ 2557 สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร
full support on IE 9+, Safari